^Back To Top

  • OsteoPorosis ?

    โรคกระดูกพรุน (OsteoPorosis) คืออะไร ? โรคกระดูกพรุนคือโรคของกระดูกที่มีคุณลักษณะสำคัญสองประการคือมีมวลกระดูกลดลงและมีโครงสร้างทางจุลภาคภายในของเนื้อเยื่อกระดูกเสื่อมสลายลง ยังผลให้กระดูกมีความเปราะเพิ่มขึ้นและทำให้เกิดกระดูกหักได้ง่าย

  • กิจกรรมในโครงการ

    กิจกรรมที่ผ่านมาของกลุ่มศึกษาวิจัยโรคกระดูกพรุน มีทั้งออกหน่วยให้บริการตรวจมวลกระดูกสำหรับผู้สูงอายุและให้บริการตรวจมวลกระดูกตามหน่วยงานราชการต่างๆที่สนใจ.

  • เอกสารเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน

    เอกสารเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน

กลุ่มศึกษาวิจัยโรคกระดูกพรุน คณะแพทยศาตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

สำหรับสมาชิก

ออนไลน์ขณะนี้

มี 27 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

การถ่ายภาพทางรังสีตามปกติ (Conventional skeletal radiography)(ตอนที่1)

ภาพทางรังสีมักจะไม่ไวต่อการประเมินการลดลงของมวลกระดูก โดยจะพบเห็นการเปลี่ยนแปลงจากภาพทางรังสีต่อเมื่อมวลกระดูกลดลงไปแล้วประมาณร้อยละ 30-50  การตรวจวินิจฉัยโดยวิธีนี้จึงไม่เหมาะสมสำหรับคัดกรองโรค (screening test)  มีการใช้วิธีการประเมินทางอ้อมโดยประเมินจากการดูกายสัณฐานของเสี้ยนกระดูก  (trabecular morphology) ที่นิยมใช้บ่อยๆคือ Singh index ซึ่งประเมินจากการเรียงตัวของเสี้ยนกระดูก ที่บริเวณส่วนต้นของกระดูกต้นขา (upper end of the femur) 

 

 

รายละเอียดเกี่ยวกับ Singh index

Singh index เป็นการประเมินความแข็งแรงบริเวณส่วนต้นของกระดูกต้นขา โดยดูจากการจัดเรียงตัวของเสี้ยนกระดูกที่บริเวณส่วนต้นของกระดูกต้นขา วิธีการนี้ได้รับการเสนอโดยชาวอินเดียชื่อ Manmohan Singh ในปีค.ศ. 1970

เขาได้อธิบายถึงแนวการจัดเรียงตัวของ เสี้ยนกระดูกของกระดูกฟองน้ำที่บริเวณส่วนต้นของกระดูกต้นขาว่า หากทำการตัดส่วนต้นของกระดูกต้นขาในแนวหน้าหลัง (coronal section ) จะเห็นเสี้ยนกระดูกประกอบด้วย 2 ลักษณะใหญ่ๆคือ  เป็นเส้นโค้ง 2 แนว โดยแนวแรกจะเริ่มจาก ขอบในของเปลือกกระดูกของลำกระดูกต้นขา (medial cortex of the shaft of femur) อีกแนวหนึ่งเริ่มจากด้านข้างของเปลือกกระดูก (lateral cortex) และเรียกแนวของเสี้ยนกระดูกทั้งสองแนวนี้ว่า compressive และ tensile trabeculae ตามลำดับ เสี้ยนกระดูกเหล่านี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มคือ

1. Principal compressive group: เป็น compression trabeculae ที่อยู่บนสุด โดยเริ่มจาก ขอบในของเปลือกกระดูกของลำกระดูกต้นขา (medial cortex of the shaft) ไปยังส่วนบนของหัวกระดูกต้นขา (the upper portion of the head of femur) โดยมีลักษณะเป็นเส้นโค้ง เส้นนี้เป็นเส้นที่หนาที่สุด และ อัดกันแน่นที่สุดในส่วนต้นของกระดูกต้นขา

2. Secondary compressive group: เริ่มจากขอบในของเปลือกกระดูกของลำกระดูกต้นขา  (medial cortex of the shaft) แต่อยู่ใต้ต่อ principal compressive group มีแนวโค้งขึ้นและไปทางด้านข้าง(curve upwards and laterally) ไปยัง greater trochanter และส่วนบนของคอกระดูกต้นขา เส้นนี้จะบางและอยู่ห่างกันไม่อัดกันแน่น

3. Greater trochanter group: ลักษณะเป็นเส้นบางๆ ทำหน้าที่เป็น tensile trabeculae เริ่มจากเปลือกระดูกด้านข้าง (lateral cortex) ใต้ต่อ greater trochanter และไต่ขึ้นไปตามแนวของ greater trochanter และสิ้นสุดที่ขอบบนของ trochanter

4. Principal  tensile group: เส้นนี้เริ่มจากเปลือกกระดูกด้านข้างใต้ต่อ greater trchanter group เส้นนี้เป็นเส้นที่หนาที่สุดในกลุ่ม tensile group และไต่ในแนวโค้งตามแนวของคอกระดูกต้นขา และสิ้นสุดที่ส่วนล่างของ หัวกระดูกต้นขา

5. Secondary tensile group: เส้นนี้เริ่มจากเปลือกกระดูกด้านข้างใต้ต่อ principal tensile trabeculae และพุ่งไปยังเปลือกกระดูกด้านใน (medial cortex) แต่ส่วนใหญ่จะเริ่มจางไปเมื่อเส้นผ่านแกนกลางของกระดูก

 

ที่ส่วนคอกระดูกต้นขา เส้น principal compressive, secondary compressive และ principal tensile trabeculae จะตัดกันกลายเป็นรูปสามเหลี่ยม ซึ่งพื้นที่ในบริเวณสามเหลี่ยมนี้จะประกอบด้วยเสี้ยนกระดูก  ที่เรียงตัวกันหลวมๆและบางๆ เรียกบริเวณนี้ว่า Ward’s triangle

 

Copyright © 2013. ฺBy Osteokku : กลุ่มศึกษาวิจัยโรคกระดูกพรุน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิยาลัยขอนแก่น  Rights Reserved.