^Back To Top

  • OsteoPorosis ?

    โรคกระดูกพรุน (OsteoPorosis) คืออะไร ? โรคกระดูกพรุนคือโรคของกระดูกที่มีคุณลักษณะสำคัญสองประการคือมีมวลกระดูกลดลงและมีโครงสร้างทางจุลภาคภายในของเนื้อเยื่อกระดูกเสื่อมสลายลง ยังผลให้กระดูกมีความเปราะเพิ่มขึ้นและทำให้เกิดกระดูกหักได้ง่าย

  • กิจกรรมในโครงการ

    กิจกรรมที่ผ่านมาของกลุ่มศึกษาวิจัยโรคกระดูกพรุน มีทั้งออกหน่วยให้บริการตรวจมวลกระดูกสำหรับผู้สูงอายุและให้บริการตรวจมวลกระดูกตามหน่วยงานราชการต่างๆที่สนใจ.

  • เอกสารเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน

    เอกสารเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน

กลุ่มศึกษาวิจัยโรคกระดูกพรุน คณะแพทยศาตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

สำหรับสมาชิก

ออนไลน์ขณะนี้

มี 14 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

  ในโรคกระดูกน่วมเรื้อรัง อาจพบความหนาแน่นของเสี้ยนกระดูกเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะที่ใกล้ๆกับ end-plates ซึ่งหากเป็นมากๆจะเห็นลักษณะที่เรียกว่า ‘rugger-jersey’ spine

ความวิกลรูปของกระดูกสันหลัง (Vertebral deformity)

ลักษณะความวิกลรูปของกระดูกสันหลังในโรคกระดูกพรุนที่พบมี 3 ลักษณะใหญ่ๆคือ

1.      การเว้าลงหรือยุบตัวลงของ vertebral end plate ของกระดูกสันหลัง ( End plate deformity)

2.      การยุบตัวเป็นรูปลิ่มทางด้านหน้าของกระดูกสันหลัง (anterior wedge deformity)

3.     การยุบตัวของกระดูกสันหลังทั้งอัน (complete collapse of the vertebral body)

 

 

 รูปที่ แสดงภาพความวิกลรูปของกระดูกสันหลัง  N เป็นกระดูกสันหลังปกติ  EP เป็นการเว้าหรือยุบตัวลงของ vertebral end plate  W คือการยุบตัวเป็นรูปลิ่มทางด้านหน้าของกระดูกสันหลัง และ C คือ การยุบตัวของกระดูกสันหลังทั้งอัน

 ไม่มีกระดูกหักลักษณะใดที่จำเพาะกับโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ความผิดปกติของกระดูกสันหลังไม่ได้เกิดจากโรคกระดูกพรุนเพียงอย่างเดียว แม้แต่ในกรณีที่กล่าวถึงโรคกระดูกพรุนมักจะใช้คำว่าความวิกลรูป (deformity) มากกว่ากระดูกหัก เนื่องจากยังไม่มีจุดตัดสินที่ชัดเจนระหว่างกระดูกหักจริงและ normal variation นอกจากนี้ความคาดเคลื่อนทางเทคนิคหลายๆอย่างอาจทำให้เห็นภาพเหมือนมีความวิกลรูปได้ เช่น การถ่ายภาพรังสีท่าเฉียง (oblique) จะทำให้เห็นการหักและยุบตัวลงบริเวณตรงกลางของกระดูกสันหลังชัดเจนขึ้น

การประเมินกายสัณฐานของกระดูกสันหลัง (vertebral morphometry) เป็นวิธีที่นิยมใช้ โดยการถ่ายภาพรังสีของกระดูกสันหลังส่วนอกและส่วนบั้นเอว วิธีนี้สามารถประเมินรูปร่างของกระดูกสันหลังได้โดยไม่มีอคติ และได้รับการใช้อย่างกว้างขวางในการประเมินกระดูกสันหลังหักจากโรคกระดูกพรุน ( vertebral osteoporotic fractures) รวมถึงการประเมินผลของการรักษา ในกรณีนี้เราจะถ่ายภาพกระดูกสันหลังทางด้านข้าง 2 ภาพ โดยภาพหนึ่งให้จุดศูนย์กลางอยู่ที่ กระดูกสันหลังบริเวณทรวงอกอันที่ 7 (T7) และอีกภาพให้จุดศูนย์กลางที่กระดูกสันหลังบริเวณบั้นเอวอันที่ 2 (L2) โดยให้ฟิล์มและแหล่งพลังงานห่างกัน 120 cm. หากทำการถ่ายภาพในท่าหายใจเข้า กระดูกชายโครงจะจางลงและจะเห็นกระดูกสันหลังชัดเจนขึ้น  บางคนจะถ่ายภาพรังสีด้านหน้าและหลัง (antero-posterior) ร่วมด้วย เพื่อคัดคนที่มีกระดูกสันหลังคด (scoliosis) ออกไป เนื่องจากจะทำให้การประเมินผิดพลาดได้ การจะประเมินรูปร่างของกระดูกสันหลังเราจำเป็นต้องรู้ถึงค่า normal variation ของกระดูกสันหลัง โดยทั่วไปพบว่าความสูงของขอบหลังของกระดูกสันหลังจะมากกว่าขอบหน้าประมาณ 2-3 .. ยกเว้นกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอวระดับต่ำๆ (lower lumbar region) อาจพบความสูงบริเวณขอบหน้ามากกว่าขอบหลังได้ ส่วนใหญ่การวัดจะใช้สัดส่วนเทียบกันระหว่างขอบหน้าและขอบหลังของกระดูกสันหลัง เช่น anteroposterior height ratio ค่าปกติของกลุ่มประชากรที่แตกต่างกันจะมีค่าที่แตกต่างกันพอสมควร สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการจะวัดค่าเหล่านี้ในกลุ่มประชากรกลุ่มใดควรจะใช้ค่าความสูงปกติในกลุ่มประชากรกลุ่มนั้น

มีเกณฑ์มากมายที่กำหนดขึ้นเพื่อแยกกระดูกสันหลังปกติออกจากที่ผิดปกติ ค่าที่นิยมใช้เพื่อกำหนดว่ามีความผิดปกติของกระดูกสันหลังคือ ค่า height ratios (anterior-posterior height ratio) ลดลง โดยมีค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 2-3 ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การจะกำหนดว่ากระดูกสันหลังนั้นๆมีการหักเมื่อทำการติดตามผลพบว่าความสูงของกระดูกสันหลังนั้นๆลดลงจากเดิมมากกว่าร้อยละ 20

Wedge fracture หมายถึง กระดูกสันหลังที่มีความสูงส่วนหน้า (anterior height) ลดลง ขณะที่ความสูงส่วนหลัง (posterior height) ปกติ

Concave or central fractures หมายถึง ความสูงส่วนกลาง (central height) ลดลง เมื่อเทียบกับขอบหน้าและหลังของกระดูกสันหลัง

Crush fracture หมายถึงความสูงของทั้งสามส่วนลดลง

ส่วนกรณีของกระดูกสันหลังเว้าลงทั้งสองด้าน (biconcavity of vertebral body) อาจเรียกอีกชื่อว่า cod-fish vertebra เนื่องจากมีลักษณะคล้ายๆกับกระดูกสันหลังของปลา กรณีนี้อาจพบร่วมกับ disc herniation

“Schmorl’s nodes” เกิดจากเนื้อของหมอนรองกระดูกสันหลัง (intervertebral disc) ดันเข้าไปในกระดูกสันหลังที่เปราะบาง ภาพทางรังสีอาจพบเป็นลักษณะของกระดูกสันหลังจางลงเป็นหย่อมๆ (focal translucencies) ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากเนื้อของหมอนรองกระดูกสันหลังแทรกเข้าไปอยู่  Schmorl’s nodes ไม่ใช่ลักษณะเฉพาะของโรคกระดูกพรุน สามารถพบได้ในความผิดปกติอื่นๆที่ตัว end-plate ไม่สมบูรณ์ เช่น โรคกระดูกน่วม โรค Paget โรค hyperparathyroidism, การติดเชื้อของกระดูกสันหลังและ โรค Scheuermann

กระดูกหักชนิด central compression มักพบบ่อยที่กระดูกสันหลังบริเวณกลางอก (mid-thoracic spine) ในขณะที่กระดูกหักชนิด anterior wedge พบบ่อยบริเวณกระดูกอกส่วนล่าง (lower thoracic region) กระดูกสันหลังหักที่เกิดขึ้นเหนือระดับ T5 มักไม่พบในโรคกระดูกพรุน ควรจะคิดถึงโรคอื่นก่อน

 

มีวิธีการอีกมากมายที่ใช้ในการประเมินมวลกระดูก การประเมินอาจเป็นการประเมินกระดูกทั้งตัวหรือประเมินเฉพาะกระดูกแขนขา หรือกระดูกสันหลัง การพัฒนาและการใช้วิธีต่างๆเหล่านี้มีส่วนช่วยอย่างมากต่อการเพิ่มความรู้อย่างรวดเร็วเกี่ยวกับระบาดวิทยา พยาธิกำเนิด การป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน ในผู้ป่วย วิธีเหล่านี้ใช้เพื่อวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน ประเมินความเสี่ยงต่อกระดูกหักและกำหนดแนวทางการรักษา ต่อไปนี้จะเป็นวิธีการประเมินมวลกระดูกชนิดอื่นๆ

 

Copyright © 2013. ฺBy Osteokku : กลุ่มศึกษาวิจัยโรคกระดูกพรุน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิยาลัยขอนแก่น  Rights Reserved.